หน้าแรก 
 ประวัติวัดกลางบางแก้ว 
 ประวัติเจ้าอาวาส 
พระพุทธวิถีนายก (บุญ)
พระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม)
หลวงปู่เจือ ปิยสีโล (เจือ)
พระครูสถิตบุญเขต
 สถานที่สำคัญภายในวัด 
หอพระไตรปิฎก
พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีฯ
อุโสถวัดกลางบางแก้ว
 กระดานสนทนา 
 แผนที่วัด 
ข่าวสารกิจกรรม
สมาชิก
   
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก | ลืมพาสเวิร์ด
 
   
จำนวนผู้เข้าชม
 
ประวัติ และความเป็นมาวัดกลางบางแก้ว
                  การ ค้นคว้าประวัติวัดกลางบางแก้วนี้  ไม่สามารถค้นคว้า ก่อนท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายก (บุญ ขนฺธโชติ) เป็นเจ้าอาวาสได้ เพราะวัดกลางบางแก้วนี้เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่วัดหนึ่ง ไม่เคยมีใครเขียนประวัติไว้ และทั้งสมัยก่อนไม่มีใครใคร่สนใจในเรื่องประวัติ และก็ไม่มีความ สำคัญอันใดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จะสอบถามท่านผู้เฒ่าผู้แก่ก็หาผู้รู้ยาก จึงอาศัยสอบถามจากท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่เพิ่ม ปุญญวสโน)   ซึ่ง ท่านก็เคยได้ฟังจากท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายก (บุญ  ขนÚธโชติ) ซึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า
          วัดกลางบาง แก้วเป็นวัดราษฎร์แต่ เดิมชื่อว่าวัดคงคาราม คนทั่วไปแถบบริเวณนครชัยศรีนี้ มักเรียกว่า วัดกลาง  เพราะ ตั้งอยู่ปากคลองบางแก้ว ตำบลปากน้ำ แขวงเมืองนครชัยศรี  และตำบลปากน้ำในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นตำบลนครชัยศรี  ครั้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘   สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม พระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจราชการตามลำน้ำนครชัยศรี (ลำน้ำท่าจีน)  ได้เสด็จขึ้นทอดพระเนตรวัดทรงตรัสถามมรรคนายกวัดชื่อนายโป๊ะ ชมภูนิช ทูลว่าชื่อวัดคงคาราม ทรงเห็นว่าเป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีตรงปากคลองบางแก้ว และในละแวกนั้นมีวัดใกล้เคียงอีกสองวัด   ซึ่งมี อาณาเขตวัดติดต่อกัน คือด้านทิศใต้ติดต่อกับวัดใหม่สุปดิษฐาราม  ด้านทิศตะวันตกติดต่อกับวัดตุ๊กตา จึงได้ทรงประทานชื่อให้ใหม่ว่า “วัดกลางบางแก้ว”  ตรงกับสมัยที่พระพุทธวิถีนายก (บุญ ขนฺธโชติ) เป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น แต่นั้นมาจึงใช้ชื่อวัดกลางบางแก้ว  เป็นทางราชการมาจนถึงปัจจุบันนี้
วัด กลางบางแก้ว หรือ วัดคงคารามนี้  เข้าใจว่าคงเป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือตอนปลายของยุคอู่ทอง  จากสภาพโบราณวัตถุภายในวัด เป็นต้นว่าอุโบสถ ใบเสมา และวิหาร ตลอดจนพระพุทธรูปหินทรายแดง ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถ คือ หลวงพ่อโตและมีปรากฏตามรอยจารึกว่า                 

- ได้ตั้งวัดเมื่อปี  พ.ศ.  ๑๘๙๕

                        - ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี  พ.ศ.  ๑๙๐๕

                        - เขตวิสุงคามสีมา  กว้าง  ๑๐  เมตร  ยาว  ๒๖.๕๐  เมตร

- ที่ดินตั้งวัดมีเนื่อที่  ๒๓  ไร่  ๖๘  ตารางวา  โดยมี หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน  เป็นโฉนด เลขที่  ๑๐๗๓๔  กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัด

วัด กลางบางแก้วนี้  ไดรับการปฏิสังขรณ์ ซ่อมสร้างสืบต่อกันเรื่อยมา และหากพิจารณาดูสภาพโดยทั่วไปแล้ว ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าเป็นวัดที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยอดีต  เพราะมีถาวรวัตถุหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ได้มีการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์สืบเนื่องกันต่อๆมา เช่นภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถ และภาพจิตรกรรมฝาไม้สักทองด้านในหอไตร ซึ่งมีความงดงามมาก อันแสดงถึงฝีมือช่างเมื่อครั้งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และวัดนี้คงมีมาก่อนท่านกวีเอกสุนทรภู่ ท่านและ นายมี ลูกศิษย์เดินทางไปนมัสการพระแท่นดงรังและได้เขียนนิราศพระแท่นดงรังไว้ คือได้ผ่านปากคลองบางแก้ว เข้าคลองบางแก้วไปขึ้นพักผ่อนที่วัดท่าใน เพื่อเดินทางไปพระแท่นดงรังในสมัยก่อน  ดังมีข้อความในนิราศกล่าวถึงดังนี้

                                      ถึง บางแก้วมองเขม้นไม่เห็นแก้ว         เห็นแต่แนวคงคา พฤกษาสลอน

                        มี วัดหนึ่งโตใหญ่ใกล้สาคร                             สง่า งอนช่อฟ้าศาลาตะพาน

                                    ดูเบื้องบนอาวาสก็ลาดเลี่ยน                ต้น ตะเคียนร่มรกปรกวิหาร

                        อีก ทั้งสระโกสุมปทุมมาล                               บ้าง ตูมบานเกสรอ่อนละออ

                                    พี่คิดถึงบัวทองของน้องแก้ว               ยัง ผ่องแผ้วพรรณรายสีดายหนอ

                        กำลังสดมิ ได้เศร้าน่าเคล้าคลอ             พี่เคยขอชมเล่นไม่เว้นวัน

                                    ตั้งแต่พี่จำพรากมาจากน้อง                 มิ ได้ต้องบัวทองประคองขวัญ

                        ชม แต่บัวริมน้ำยิ่งรำพรรณ                               แสนกระสันโศกเศร้าจนเข้าคลอง      

ฉะนั้น  ตาม ความในนิราศพระแท่นดงรังของสุนทรภู่นี้  แม้จะไม่ได้ กล่าวออกชื่อวัด ก็เป็นวัดอื่นไปไม่ได้ เพราะตอนปากคลองแม่น้ำ มีอยู่วัดเดียว     และนิราศนี้เข้าใจว่าแต่งในสมัยปลายรัชกาลที่  ๒  (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)   หรือตอนต้นรัชกาลที่ ๓

(พระ บาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และวัดนี้ต้องมีมาก่อนแต่งนิราศแน่  จนเห็นต้นตะเคียนรกปรกวิหาร  จึงสันนิษฐานว่าคงเป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่ใครจะเป็นผู้สร้างนั้นหาทราบไม่ หรือ จะยืนยันว่าสร้างในสมัยใดก็ไม่อาจจะยืนยันได้ ขอท่านผู้รู้ได้พิจารณาสันนิษฐานเอาเอง   ถึงกระนั้นก็ยังมีนิยาย ตำนานเล่ามาเหมือนกัน เข้าใจว่าคงจะมีผู้คิดผูกตำนานให้เข้าเรื่องเข้าราวตามชื่อวัดเท่านั้น  เรื่องมีดังนี้

                        ยังมี เศรษฐีนีสองคนพี่น้อง หญิงผู้พี่ชื่อทัย หญิงผู้น้องชื่อคงทั้งสองมีจิตเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาใคร่จะสร้าง วัดให้เป็นที่พำนักของสงฆ์ (เขาว่าเศรษฐีสมัยก่อนชอบสร้างวัดไว้ให้ลูกวิ่งเล่น) ทั้งสองคนจึงตกลงกันสร้างวัดขึ้นสองวัดอยู่ใกล้เคียงติดกัน คือตอนปากคลองบางแก้วมุมแม่น้ำ หญิงคนน้องสร้าง น้องชื่อคง จึงตั้งวัดนามว่า “วัดคงคาราม” (วัดกลางบางแก้ว) วัดถัดเข้าไปทางทิศตะวันตก  หญิงคนพี่สร้าง พี่ชื่อทัยจึงตั้งวัดนามว่า “วัดภิทัยธาราม” (วัดตุ๊กตา)  จะเท็จจริงอย่างไรไม่ทราบ   เพราะเป็นนิยายตำนาน
 
วัดกลางบางแก้ว
ตำบลนครชัยศรี  อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  ริมแม่น้ำท่าจีน
© 2010 Copyrigth. Watkbk.com All rigths reserved.